
สำหรับเจ้าของบ้านมือใหม่ที่กำลังต้องการ ปล่อยเช่าบ้าน ปล่อยเช่าคอนโด นอกจากการ ลงประกาศเพื่อหาผู้เช่าแล้ว อีกสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามก็คือ "สัญญาเช่าบ้าน" ที่เป็นข้อตกลงระหว่างผู้ให้เช่าและผู้เช่าตลอดระยะเวลาเช่าและมีผลตามกฎหมาย การมีสัญญาเช่า ยังช่วยปกป้องสิทธิให้กับทั้งผู้เช่า และผู้ให้เช่าเช่นกัน วันนี้ทางเราได้หยิบเอา 10 ข้อสำคัญที่ควรระบุ ไว้ในสัญญาเช่าดังนี้
1. ข้อมูล "ผู้ให้เช่า" และ "ผู้เช่า"-ในสัญญาเช่าบ้าน หรือ เช่าคอนโด ควรระบุ ชื่อ นามสกุล เลขบัตรประจำตัวประชาชน และภูมิลำเนา ของทั้งเจ้าของบ้านหรือผู้ให้เช่า และ ผู้เช่าทั้งหมด ถ้าเป็นไปได้ ในสัญญาเช่าควรระบุบุคคลเช่าที่มีอายุมากกว่า 20 ปี ทุกคนที่อาศัยเป็นผู้เช่าไว้ในสัญญา ทั้งนี้ ก็เพื่อให้ผู้เช่าทุกคนมีส่วนรับผิดชอบ ที่จะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดในสัญญาเหมือนกัน รวมถึงการจ่ายเงินค่าเช่าด้วย ที่สำคัญทำให้แน่ใจว่า ในสัญญามีการระบุถึง "ผู้เช่าและบริวาร" ในการปฏิบัติตามข้อกำหนด เพื่อให้ข้อปฏิบัติในสัญญาเช่า ใช้ได้กับ บริวารของผู้เช่า นั่นคือ ญาติหรือเพื่อนของผู้เช่าที่อาจเข้ามาอยู่ในบ้านที่ให้เช่าด้วย และผู้ให้เช่าก็ยังสามารถไล่บุคคลที่ไม่ได้อยู่ในสัญญาเช่าออกจากพื้นที่ กรณีที่ผู้เช่าปล่อยเช่าช่วงโดยผู้ให้เช่าไม่ยินยอมได้
2. ข้อมูล "ทรัพย์ที่ให้เช่า"-ในสัญญาเช่าบ้าน ต้องระบุ "ทรัพย์สิน" ที่ให้เช่า นั่นคือ "บ้าน" หรือ "คอนโด" โดยต้องระบุให้ชัดเจนว่าเป็นอสังหาริมทรัพย์ประเภทไหน เช่น บ้านเดี่ยว 2 ชั้น หรือ ทาวน์เฮ้าส์ 3 ชั้น หรือ ห้องชุดคอนโด โดยระบุทั้ง บ้านเลขที่ (เลขที่ห้อง) ซอย ถนน แขวง เขต จังหวัด ให้เรียบร้อยด้วยเช่นกัน หากทรัพย์ที่ให้เช่า มีเฟอร์นิเจอร์พร้อมอยู่ ในสัญญาเช่าควรระบุ เฟอร์นิเจอร์ในแต่ละห้อง รวมถึงจำนวนกุญแจที่ให้ไว้กับผู้เช่าด้วยเช่นกัน ถ้าคุณต้องการให้ละเอียดมากขึ้น ก็อาจปริ้นท์รูปถ่ายสภาพบ้านก่อนผู้เช่าเข้าอยู่แนบในสัญญาได้ด้วยเช่นกัน
3. จุดประสงค์ในการเช่า-การเช่าบ้าน เช่าคอนโด ส่วนใหญ่แล้ว มักจะเป็นการเช่าเพื่อ "อยู่อาศัยเท่านั้น" ในสัญญาเช่าบ้าน ก็ควรระบุไว้ให้ชัดเจน นอกจากนี้ ผู้ให้เช่ายังสามารถกำหนดจำนวนคนเข้าพักอาศัยในบ้านได้อีกด้วย เช่น บ้านอยู่อาศัยได้ไม่เกิน 5 คน หรือ อยู่อาศัยเฉพาะผู้ที่มีรายชื่อในสัญญาเท่านั้น หากจุดประสงค์เป็นการเช่าเพื่อทำธุรกิจ ก็ต้องระบุในสัญญาเช่าอย่างละเอียดว่า เป็นธุรกิจประเภทไหนด้วยเช่นกัน
4. ระยะเวลาในการเช่า-ข้อสัญญานี้ ควรระบุระยะเวลาเช่า เช่น 1 ปี 3 ปี และระบุ วัน เดือน ปี ที่เริ่มต้นในการเช่า จนถึง วัน เดือน ปี ที่สิ้นสุดการเช่า (นับเป็นวันสิ้นสุดสัญญาเช่า) โดยปกติแล้วสัญญาเช่าจะเป็นรายเดือน เว้นเสียแต่ว่า เจ้าของบ้าน หรือ ผู้ให้เช่ากำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
5. รายละเอียดค่าเช่า และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในสัญญาเช่า ต้องระบุ
-ค่าเช่าต่อเดือน ไว้อย่างชัดเจนทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ พร้อมช่องทางการจ่ายค่าเช่า เช่น รายละเอียดบัญชีผู้ให้เช่า และกำหนดระยะเวลาในการจ่ายค่าเช่า เช่น ทุกวันที่ 1 ของเดือน หรือ ภายในวันที่ 5 ของเดือน เป็นต้น ทั้งนี้ หากการทำสัญญาเกิดขึ้นก่อนวันที่เริ่มต้นเช่า ในสัญญาอาจระบุถึง จำนวนค่าเช่าล่วงหน้าก่อนการเข้าอยู่ (ไม่เกิน 1 เดือน) เป็นต้น
-ค่ามัดจำ/เงินประกัน เพื่อป้องกันไม่ให้มีปัญหาระหว่างผู้ให้เช่าและผู้เช่าในภายหลัง ในสัญญาเช่าต้องระบุจำนวนเงินไว้อย่างชัดเจน (อย่าลืมว่าต้องเก็บในอัตราที่กฎหมายกำหนด) และระบุว่าคุณในฐานะผู้ให้เช่า อาจนำเงินมัดจำนี้ไปใช้เมื่อเกิดปัญหาอะไรขึ้น (เช่น หากเกิดความเสียหายของทรัพย์สินให้เช่า) และผู้เช่าไม่สามารถนำไปใช้ได้ (เช่น ผู้เช่าไม่สามารถใช้เงินมัดจำเป็นค่าเช่างวดสุดท้าย) รวมถึงกำหนดระยะเวลาที่ผู้เช่าจะได้เงินมัดจำคืน เมื่อผู้เช่าปฏิบัติตามข้อตกลงอะไรบ้าง
-ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอินเตอร์เน็ต ค่าโทรศัพท์ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ควรระบุให้ชัดเจนในสัญญาเช่า ว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบ และมีวิธีการชำระเงินอย่างไร
-ค่าซ่อมแซม หากผู้ให้เช่าไม่อยากจะต้องมากุมหัวกับค่ามัดจำไม่พอค่าซ่อมแซมความเสียหายที่ผู้เช่าก่อ คุณควรระบุ ขอบเขตความรับผิดชอบเรื่องค่าใช้จ่ายการซ่อมแซมอะไรบ้างที่ผู้เช่าต้องรับผิดชอบ หากเกิดจากการใช้งานอย่างประมาทของผู้เช่าเอง หรือเพื่อรักษาบ้านให้สะอาดเรียบร้อย
6. กฎระเบียบ ข้อกำหนดอื่นๆ ในส่วนข้อกำหนดอื่นๆ ผู้ให้เช่าควรระบุให้เรียบร้อยในสัญญาเช่าบ้านด้วยเช่นกัน
-การรักษาทะนุบำรุงทรัพย์ให้เช่า ในสัญญาควรระบุว่า ผู้เช่าควรดูแลรักษาทะนุบำรุง ทรัพย์สินเช่า อย่างวิญญูชนพึงกระทำ หากผู้ให้เช่าไม่อนุญาตให้มีการต่อเติม หรือเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของตัวบ้าน ก็ควรระบุไว้อย่างชัดเจนในสัญญา
-การปฏิบัติตนของผู้เช่า ในสัญญาเช่าควรมีข้อกำหนดที่ระบุอย่างชัดเจน ถึงพฤติกรรมต้องห้าม เช่น การส่งเสียงดังในยามวิกาล การกระทำผิดต่อกฏหมาย เป็นต้น
-สัตว์เลี้ยง หากว่า คุณในฐานะผู้ให้เช่า ไม่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์เลี้ยงก็ควรระบุอย่างชัดเจนในสัญญา หรือหากคุณอนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ ก็สามารถระบุได้ถึงจำนวนสัตว์เลี้ยงที่ผู้เช่าสามารถเลี้ยงได้ หรือกำหนดประเภทสัตว์เลี้ยงที่ไม่สามารถเข้าอยู่ได้ เช่น สุนัขขนาดใหญ่ เป็นต้น
7. สิทธิในการเข้าพื้นที่ทรัพย์ให้เช่า-พ.ศ. นี้ ผู้ให้เช่าหลายคนทราบดีว่า การเข้าไปยังทรัพย์สินให้เช่า โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้เช่า เข้าข่าย "การบุกรุก" ดังนั้น เพื่อป้องกันการทำผิดกฎหมายของผู้ให้เช่า ในสัญญาเช่าควรระบุชัดเจนถึงสิทธิของผู้ให้เช่าในการเข้าพื้นที่ให้เช่า เช่น เข้าไปเพื่อซ่อมแซม หรือกำหนดระยะเวลาที่ต้องแจ้งให้ผู้เช่าทราบล่วงหน้า ก่อนผู้ให้เช่าเข้าพื้นที่
8. ข้อปฏิบัติหากผิดสัญญา-เรื่องการผิดสัญญาเช่าก็เป็นหัวข้อสำคัญในสัญญาเช่า ที่ทั้งผู้ให้เช่า และผู้เช่า ควรอ่านให้ดีเพื่อไม่ให้เกิดปัญหากันในภายหลัง การผิดสัญญาเช่า เช่น ผู้เช่าอยู่ไม่ครบสัญญาเช่า ผู้ให้เช่าสามารถยึดเงินมัดจำได้ทั้งหมด หรือ ผู้ให้เช่าต้องคืนเงินมัดจำหรือเงินประกันทันที หลังจากตรวจสอบทรัพย์ให้เช่าแล้ว หรือ ค่าปรับรายวันเมื่อผู้เช่าล่าช้าในการจ่ายค่าเช่า เป็นต้น
9. การต่อสัญญา-สัญญาเช่าบ้าน หรือ เช่าคอนโด ส่วนใหญ่มักเริ่มต้นขั้นต่ำ 1 ปี แต่ทั้งนี้ก็สามารถปรับเปลี่ยนระยะเวลาในการเช่าได้ตามตกลงกัน ซึ่งในสัญญาเช่า ควรระบุอย่างชัดเจน ว่า ระยะเวลาในการบอกไม่ต่อสัญญาคือกี่วันก่อนหมดสัญญา (ส่วนใหญ่ควรแจ้งไม่ต่อสัญญาเช่าล่วงหน้าแก่ผู้ให้เช่าก่อนหมดสัญญาภายใน 30-45 วัน) และต้องบอกให้มีหลักฐานชัดเจนและหากผู้เช่าต้องการต่ออายุสัญญาเช่า ควรทำอย่างไร เช่น หากผู้เช่าต้องการต่อสัญญา ต้องแจ้งให้ผู้เช่าทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วันก่อนหมดสัญญา เป็นต้น
10. เอกสารแนบสัญญา-สัญญาเช่า ต้องมีไว้สองฉบับ ลงลายเซ็นของทั้งสองฝ่าย มอบให้ผู้เช่าและเก็บไว้ที่ผู้ให้เช่า ฝั่งละหนึ่งฉบับ โดยควรมีสำเนาบัตรประชาชนของผู้ให้เช่า และผู้เช่าขีดฆ่า "ใช้สำหรับทำสัญญาเช่าบ้าน..." เป็นต้น และลงรับรองสำเนาถูกต้อง พร้อมลายเซ็น แนบไว้ท้ายสัญญาด้วย
ศูนย์รวมบ้านมือสอง บ้านสวย ราคาพิเศษ
Click : www.homeplusrealty.co.th
Cr.baanfinder