ขายฝากบ้าน ที่ดิน คอนโด คืออะไร ขั้นตอน ค่าใช้จ่าย และข้อควรรู้ก่อนทำสัญญา
ขายฝาก คือการขายอสังหาริมทรัพย์โดยตกลงกันว่าผู้ขายมีสิทธิไถ่ทรัพย์คืนได้ภายในเวลาที่กำหนด ต้องทำสัญญาและจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดินเท่านั้น และกรรมสิทธิ์จะโอนไปเป็นของผู้ซื้อฝากทันทีที่จดทะเบียน สำหรับบ้านที่อยู่อาศัยและที่ดินเกษตรกรรมที่ผู้ขายเป็นบุคคลธรรมดา กฎหมายกำหนดระยะเวลาขายฝาก 1–10 ปี และผลตอบแทน (ดอกเบี้ย) รวมในสินไถ่ได้ไม่เกิน 15% ต่อปี
อัปเดตล่าสุด 27 ตุลาคม 2569 · ข้อมูลทั่วไปเพื่อประกอบการตัดสินใจ ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย
ขายฝากคืออะไร
ขายฝากเป็นสัญญาซื้อขายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เจ้าของทรัพย์ (ผู้ขายฝาก) ได้รับเงินก้อนจากผู้ซื้อฝากทันที และมีสิทธิซื้อทรัพย์คืน หรือที่เรียกว่า "ไถ่ถอน" ภายในกำหนดเวลา โดยจ่ายเงินต้นรวมกับผลตอบแทนตามที่ตกลงไว้ (สินไถ่) ถ้าไถ่คืนภายในกำหนด กรรมสิทธิ์จะกลับมาเป็นของผู้ขายฝากตามเดิม
คนส่วนใหญ่เลือกขายฝากเมื่อต้องการเงินก้อนเร็ว และไม่ต้องการขายทรัพย์ไปถาวร เช่น ใช้หมุนเวียนในธุรกิจ ปิดหนี้ที่ดอกเบี้ยสูงกว่า หรือรอขายทรัพย์ในราคาที่ดีกว่า โดยไม่ต้องตรวจรายได้หรือประวัติเครดิตแบบการกู้ธนาคาร
ขายฝากกับจำนอง ต่างกันอย่างไร
| ขายฝาก | จำนอง | |
|---|---|---|
| กรรมสิทธิ์ | โอนไปเป็นของผู้ซื้อฝากทันทีที่จดทะเบียน | ยังเป็นของเจ้าของเดิม |
| ถ้าไม่ชำระตามกำหนด | ไถ่ไม่ทันกำหนด ทรัพย์ตกเป็นของผู้ซื้อฝากโดยไม่ต้องฟ้องศาล | เจ้าหนี้ต้องฟ้องบังคับจำนองและขายทอดตลาดผ่านศาล |
| ค่าธรรมเนียมจดทะเบียน | 2% ของราคาประเมิน และภาษีเหมือนการซื้อขาย | 1% ของวงเงินจำนอง สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท |
| ผลตอบแทนสูงสุดตามกฎหมาย | ไม่เกิน 15% ต่อปี (รวมอยู่ในสินไถ่) | ไม่เกิน 15% ต่อปี |
| ระยะเวลา | อสังหาฯ ไม่เกิน 10 ปี (บ้านที่อยู่อาศัย/ที่ดินเกษตรของบุคคลธรรมดา 1–10 ปี) | ตามที่ตกลงในสัญญา |
สิ่งที่กฎหมายคุ้มครองผู้ขายฝาก
ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2562 ซึ่งใช้กับการขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัยที่ผู้ขายฝากเป็นบุคคลธรรมดา
ระยะเวลา 1–10 ปี
สัญญาต้องกำหนดเวลาไถ่ไม่น้อยกว่า 1 ปีและไม่เกิน 10 ปี และขยายเวลาไถ่ได้ด้วยการทำหนังสือและจดทะเบียน
ผลตอบแทนไม่เกิน 15% ต่อปี
สินไถ่ต้องไม่เกินราคาขายฝากรวมกับผลตอบแทนในอัตราไม่เกิน 15% ต่อปี
ยังอยู่อาศัยและใช้ประโยชน์ได้
ระหว่างสัญญา ผู้ขายฝากยังมีสิทธิครอบครองและใช้ประโยชน์ในทรัพย์ เช่น อยู่อาศัยหรือทำการเกษตรต่อ
ผู้ซื้อฝากต้องแจ้งก่อนครบกำหนด
ผู้ซื้อฝากต้องมีหนังสือแจ้งวันครบกำหนดและจำนวนสินไถ่ไปยังผู้ขายฝาก ไม่น้อยกว่า 3 เดือนและไม่เกิน 6 เดือนก่อนครบกำหนด
ขั้นตอนขายฝากกับ HomePlus
ส่งข้อมูลทรัพย์
ส่งรายละเอียด ทำเล และวงเงินที่ต้องการผ่านแบบฟอร์มหรือโทรหาเรา
ประเมินมูลค่าและวงเงิน
ทีมที่ปรึกษาดูทรัพย์และเอกสารสิทธิ์ แจ้งวงเงินที่เป็นไปได้ ผลตอบแทน และค่าใช้จ่ายทั้งหมดก่อนตัดสินใจ
จับคู่กับผู้ซื้อฝาก
หานักลงทุนที่เงื่อนไขเหมาะสม และสรุประยะเวลา สินไถ่ และเงื่อนไขการขยายเวลาให้ชัดเจน
จดทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน
ทำสัญญาและจดทะเบียนขายฝากต่อหน้าเจ้าหน้าที่ รับเงินในวันเดียวกัน
ดูแลจนไถ่ถอน
แจ้งเตือนก่อนครบกำหนด และช่วยประสานการไถ่ถอนหรือขยายเวลา
ค่าใช้จ่ายวันจดทะเบียนขายฝาก
ค่าใช้จ่ายที่สำนักงานที่ดินคล้ายกับการซื้อขายทั่วไป ได้แก่ ค่าธรรมเนียมจดทะเบียน 2% ของราคาประเมิน ภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% หรืออากรแสตมป์ 0.5% (แล้วแต่กรณี) และภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย รวมโดยประมาณ 4.5–7.7% ของวงเงินขายฝาก ขึ้นกับราคาประเมินและระยะเวลาที่ถือครองทรัพย์ ส่วนใครเป็นผู้จ่ายแต่ละรายการให้ตกลงกันให้ชัดก่อนวันจดทะเบียน
ประมาณค่าธรรมเนียมและภาษีจากราคาประเมินได้ที่ เครื่องคำนวณค่าโอน ของเรา ตัวเลขจริงยืนยันโดยสำนักงานที่ดินในวันจดทะเบียน
เอกสารที่ต้องเตรียม
- โฉนดที่ดิน หรือหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด ฉบับจริง
- บัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของเจ้าของทรัพย์
- ทะเบียนสมรส ทะเบียนหย่า หรือใบมรณบัตรคู่สมรส (ถ้ามี) และหนังสือยินยอมคู่สมรส กรณีเป็นสินสมรส
- หนังสือรับรองการเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้ามี)
- กรณีทรัพย์ติดจำนองธนาคาร: ยอดหนี้ปิดบัญชีจากธนาคาร
ข้อควรระวังก่อนเซ็นสัญญาขายฝาก
จดทะเบียนที่สำนักงานที่ดินเท่านั้น
สัญญาขายฝากอสังหาฯ ที่ทำกันเองโดยไม่จดทะเบียนไม่มีผลตามกฎหมาย อย่าโอนเงินหรือมอบโฉนดนอกสำนักงานที่ดิน
อย่าเซ็นเอกสารที่ยังไม่กรอกข้อความ
อ่านสัญญาให้ครบ ตรวจราคาขายฝาก สินไถ่ และวันครบกำหนดให้ตรงกับที่ตกลง
ตรวจอัตราผลตอบแทน
รวมทุกอย่างแล้วต้องไม่เกิน 15% ต่อปี ระวังการหักผลตอบแทนล่วงหน้าหรือค่าใช้จ่ายแฝงที่ไม่ได้แจ้ง
จดวันครบกำหนดและเตรียมเงินล่วงหน้า
ถ้าต้องการขยายเวลา ให้ตกลงเป็นหนังสือและจดทะเบียนก่อนครบกำหนด อย่าตกลงแค่ปากเปล่า
เก็บหลักฐานทุกการชำระ
เก็บสลิปและใบเสร็จการจ่ายผลตอบแทนทุกครั้ง
สำหรับนักลงทุนที่สนใจรับซื้อฝาก
ถ้าท่านมีเงินทุนและสนใจรับซื้อฝากบ้านหรือที่ดิน ทีมของเราช่วยคัดทรัพย์ ประเมินมูลค่า ตรวจเอกสารสิทธิ์ และดูแลการจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน รวมถึงติดตามการส่งหนังสือแจ้งก่อนครบกำหนดตามที่กฎหมายกำหนด ติดต่อทีมที่ปรึกษาเพื่อพูดคุยรายละเอียดได้
คำถามที่พบบ่อยเรื่องขายฝาก
ขายฝากคืออะไร
ขายฝากคือการขายอสังหาริมทรัพย์โดยตกลงกันว่าผู้ขายมีสิทธิไถ่ทรัพย์คืนได้ภายในเวลาที่กำหนด ต้องจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน กรรมสิทธิ์โอนไปเป็นของผู้ซื้อฝากทันที และกลับมาเป็นของผู้ขายเมื่อไถ่คืนภายในกำหนด
ขายฝากกับจำนองต่างกันอย่างไร
ขายฝากโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้ซื้อฝากทันที ถ้าไถ่ไม่ทันกำหนดทรัพย์ตกเป็นของผู้ซื้อฝากโดยไม่ต้องฟ้อง ส่วนจำนองกรรมสิทธิ์ยังเป็นของเจ้าของ ถ้าผิดนัดเจ้าหนี้ต้องฟ้องบังคับจำนองผ่านศาล ค่าจดจำนองคือ 1% ของวงเงินไม่เกิน 200,000 บาท ส่วนขายฝากคือ 2% ของราคาประเมินและมีภาษีเหมือนการซื้อขาย
ดอกเบี้ยขายฝากสูงสุดได้เท่าไร
สินไถ่ต้องไม่เกินราคาขายฝากรวมกับผลตอบแทนในอัตราไม่เกิน 15% ต่อปี หรือประมาณ 1.25% ต่อเดือน
ขายฝากได้นานกี่ปี
อสังหาริมทรัพย์ขายฝากได้ไม่เกิน 10 ปี ถ้าเป็นบ้านที่อยู่อาศัยหรือที่ดินเกษตรกรรมที่ผู้ขายฝากเป็นบุคคลธรรมดา สัญญาต้องไม่น้อยกว่า 1 ปีและไม่เกิน 10 ปี
ค่าใช้จ่ายวันจดทะเบียนขายฝากมีอะไรบ้าง
ค่าธรรมเนียมจดทะเบียน 2% ของราคาประเมิน ภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% หรืออากรแสตมป์ 0.5% และภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย รวมโดยประมาณ 4.5–7.7% ของวงเงิน ขึ้นกับราคาประเมินและระยะเวลาถือครอง
ขายฝากแล้วยังอยู่บ้านได้ไหม
ได้ ตามกฎหมายขายฝากที่อยู่อาศัย ผู้ขายฝากยังมีสิทธิครอบครองและใช้ประโยชน์ในทรัพย์ระหว่างสัญญา
ถ้าไถ่ไม่ทันกำหนดจะเกิดอะไรขึ้น ขยายเวลาได้ไหม
ถ้าไม่ไถ่ภายในกำหนด ทรัพย์จะตกเป็นของผู้ซื้อฝาก จึงควรตกลงขยายเวลาก่อนครบกำหนด โดยทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน กฎหมายกำหนดให้ผู้ซื้อฝากต้องแจ้งวันครบกำหนดล่วงหน้า 3–6 เดือน
บ้านติดจำนองธนาคารขายฝากได้ไหม
ได้ โดยใช้เงินจากการขายฝากปิดหนี้ธนาคารและไถ่ถอนจำนองก่อน แล้วจดทะเบียนขายฝากในวันเดียวกันที่สำนักงานที่ดิน ต้องขอยอดปิดบัญชีจากธนาคารล่วงหน้า
ต้องการขายฝากบ้านหรือที่ดิน?
ส่งข้อมูลทรัพย์ให้เราประเมินวงเงินเบื้องต้น ทีมที่ปรึกษาจะติดต่อกลับเพื่ออธิบายเงื่อนไขและค่าใช้จ่ายทั้งหมดก่อนตัดสินใจ